สายนำสัญญาณTRANSMISSION LINE (ภาษาทั่วไป= สายอากาศ)
สายนำสัญญาณที่ดี ควรมีลักษณะดังนี้ คือ มีความต้านทานต่ำ นำสัญญาณด้วยความเร็วใกล้เคียงแสง มีกำลังสูญเสียต่ำหรือลดทอนกำลังสัญญาณวิทยุต่ำ และในการเลือกสายนำสัญญาณต้องมีค่าอิมพีแดนซ์เท่ากับค่าอิมพีแดนซ์ของเครื่องรับ-ส่งด้วยหรือที่เรียกว่า MATCHING ถึงจะนำสัญญาณได้ดี ตัวอย่างสายนำสัญญาณ
TWIN LEAD มีค่า IMPEDANCE ประมาณ 300 โอห์ม
สานนำสัญญาณ COAXIAL มีค่า IMPEDANCE ประมาณ 50 โอห์ม โดยทั่วไปเครื่องรับ-ส่งวิทยุ จะใช้สายชนิดนี้เพราะมีชีลด์เป็นตัวป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก
เทคกะนิคช่าง
สายอากาศ (ภาษาทั่วไป = แผงอากาศ)
ขณะรับทำหน้าที่เปลี่ยนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าความถี่วิทยุเข้าเครื่อง และขณะส่งเปลี่ยนความถี่วิทยุจากเครื่องส่งให้เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแผ่ออกอากาศ ในการเลือกสายอากาศ สายอากาศต้องมีค่าอิมพีแดนซ์เท่ากับค่าอิมพีแดนซ์ของเครื่องรับ-ส่งด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องรับ-ส่งวิทยุ เพื่อให้แผ่กระจายคลื่นได้ไกลและใช้งานเครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัวอย่างสายอากาศ
ศัพท์
DIRECTIONAL ANTEANA เป็นลักษณะการแผ่กระจายคลื่นออกได้ดีในทิศทางที่กำหนด (แบบทิศทาง) ซึ่งจะมี ANTENNA ROTATOR ติดตั้งอยู่กับเสาเพื่อหมุนปรับเปลี่ยนทิศทางของสายอากาศ
ISOTROPIC หมายถึง สายอากาศที่สามรถแผ่กระจายคลื่นได้ทุกทิศทางและแรงเท่ากัน
OMIDIRECTIONAL ANTENNA เป็นลักษณะการแผ่กระจายคลื่นออกรอบทิศในแนวขนานพื้นโลก
RADIATION PATTERN หมายถึงรูปแบบการกระจายคลื่นของสายอากาศ
ตัวอย่างสายอากาศแบบทิศทาง เช่น YAGI ซึ่งมีค่า GAINมาก และมีค่า RADIATION RESISTANE 300 โอห์ม ซึ่งสายอากาศนี้ยังใช้ในการหาสถานีที่กำลังออกอากาศได้ด้วย
1. รีเฟลกเตอร์ 2. ไดรเว่นอีลีเมน 3. ไดรเวกเตอร์ 4. บูม
...*.. ในการติดตั้งสายอากาศของเครื่องรับ-ส่ง ต้องขนานกันถึงจะรับ-ส่งได้ดี ดังนั้นต้องรู้ว่าอีกฝ่าย ติดตั้งแบบไหน HOR หรือ VER HORIZONTAL ขนานพื้นโลก, VORTICAL ตั้งฉากพื้นโลก
ขอบคุณ
|